Technology infrastructure นั้น ต้องคำนึงถึง
โครงสร้างพื้นฐานของเทคโนโลยีที)มีผลต่อ คุณภาพการบริการแก่ ผู้ใช้งานของระบบทั้งในแง่ของ ความเร็ว(Speed) และ
การตอบสนองต่อการร้องขอระบบ (responsiveness) การให้บริการ
e - business ให้ผ่านมาตรฐานของโครงสร้างพื้นฐาน
เทคโนโลยีนั้นต้องกำหนดความสามารถขององค์กรในการแข่งขันทางธุรกิจผ่านการความแตกต่างให้
กับตัวเองในตลาด
เทคโนโลยีนั้นต้องกำหนดความสามารถขององค์กรในการแข่งขันทางธุรกิจผ่านการความแตกต่างให้
กับตัวเองในตลาด
E-business infrastructure
E-business infrastructure หมายถึงการรวมกนของฮาร์ดแวร์เช่น
Server, Client PC ในองค์กร รวมถึงการใช้เครือข่ายในการเชื่อมโยงฮาร์ดแวร์เหล่านี้และการใช้งานซอฟต์แวร์ที่ใช้ในการส่งมอบบริการให้กับผู้ใช้งาน
ที่อยู่ในบริษัทและยังรวมถึงคู่ค้าและลูกค้าของตน ซึ่งคำว่า Infrastructureยังรวมไปถึงสถาปัตยกรรมทางด้าน Hardware, Software และ
เครือข่าย ที่มีอยูในบริษัทด้วย และ ท้ายที่สุด
ยังรวมไปถึง กระบวนการใน การนำเข้าข้อมูลและเอกสารเข้าสู่ระบบ E-business
ด้วย
ส่วนประกอบของโคร่งสร้างพื้นฐาน
E-business infrastructure components
Extranet Applications
Applications เอ็กซ์ทราเน็ตเป็นเครือข่ายคอมพิวเตอร์ที่ช่วยให้การเข้าถึงข้อมูลโดยควบคุม จากภายในอกองค์กร สำหรับธุรกิจที่เฉพาะเจาะจง
- E-business Service Applications Layer ชั้นของแอปฟลิเคชั่น คือ ชั้นของโปรแกรม ต่าง ๆ จะเป็นการใช้แอปฟลิเคชั่น โดยไม่สนใจซอฟต์แวร์
- System Software Layer การนำโปรแกรมที่มาใช้งานให้ประสบความสำเร็จในชั้นที่ 1 เป็นเรื่องของการจัดการซอฟต์แวร์
- Transport Or Network Layer เป็นชั้นที่ใช้ในการสื่อสาร เช่น พวกโปรโตคอลต่าง ๆ ประสานงานกับเครื่องแม่ข่ายกับลูกข่าย
- Storage/Physical Layer เป็นชั้นที่ใช้เก็บพวกข้อมูลต่าง ๆ เช่น ฮาร์ดดิกส์ แรม ว่าเก็บข้อมูลไว้ในส่วนไหน เมื่อไหร่ อย่างไร ใช้อะไรเก็บ
- Content And Data Layer ชั้นนี้เกี่ยวข้องกับพวกอินเตอร์เน็ต เอ็กทราเน็ต อินทราเน็ต
Internet technology
Internet ช่วยให้การสื่อสารระหว่างคอมพิวเตอร์หลายล้านเครื่องที่เชื่อมต่อทั่วโลกแต่
ในการถ่ายโอนข้อมูลนั้นไร้รอยต่อของวิธีการเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นการร้อง ขอข้อมูลจะถูกส่งจากคอมพิวเตอร์ไคลเอนต์และอุปกรณ์มือถือที่มีผู้ใช้
ร้องขอการบริการให้กับเครื่องคอมพิวเตอร์เซิร์ฟเวอร์ที่เก็บข้อมูลโปรแกรม ประยุกต์ทางธุรกิจและโฮสต์ที่ส่งมอบการบริการในการตอบสนองต่อการร้องขอ
ดังนั้นอินเทอร์เน็ตจึงเป็นระบบเขนาดใหญ่ในรูปแบบ Client /Server
Web technology
World Wide Web, หรือเรียกสั้นๆว่า ‘web’ คือขั้นตอนมาตรฐานในการแลกเปลี่ยนข้อมูล
ข้อมูลสาธารณะบนโลกอินเทอร์เน็ตโดยรูปแบบเอกสารพื้นฐานคือ HTML (Hypertext
MarkupLanguage)หรือ การบริการหนึ่งในรูปแบบต่างๆของการให้บริการของอินเตอร์เน็ตสำหรับผู้พัฒนา
เว็บ หรือ ผู้ที่ต้องการเขียนโปรแกรมเพื่อติดต่อสื่อสารผ่านเว็บ หรือ อินเตอร์เน็ต
แล้วจะต้องรู้และเข้าใจเรื่องเกี่ยวกับ โปรโตคอล (Protocal) – มาตรฐานในการรับส่งข้อมูล
Evolution Web 1.0, Web 2.0 , Web 3.0 to Web4.0
Web 1.0 ผู้เข้าชมสามารถอ่านได้อย่างเดียว
( Read-only) เป็นเว็บที่ผู้เข้าเยี่ยมชมไม่สามารถมีส่วนร่วมกับเว็บดังกล่าวได้
ถือว่าเป็นเว็บรุ่นแรกของเทคโนโลยีเว็บไซต์ส่วนมากจะใช้ภาษา html เป็นภาษา
สำหรับการพัฒนา Web 1.0 นั้นเป็นเรื่องของการที่ผู้ให้บริการนำเสนอข้อมูลให้กับบุคคลทั่วไปโดยทำใน
ลักษณะเดียวกับหนังสือทั่วไป ที่ผู้อ่านมีส่วนร่วมน้อยมากในการเติมแต่งข้อมูล
Web 2.0 คือ
ผู้เข้าชมสามารถอ่านและเขียนได้ ( Read-Write ) เป็นการพัฒนาต่อจาก
web 1.0 สามารถโต้ตอบกับผู้ใช้งานได้ ซึ่งจะใช้ฐานข้อมูลมาเกี่ยวข้องด้วย
Web 3.0 เป็นการนำแนวคิดของ
Web 2.0 มาทำให้ Web นั้นสามารถจัดการข้อมูลจำนวนมากๆ
ให้อยู่ในรูปแบบ Metadata หมายถึงข้อมูลที่บอกรายละเอียดของข้อมูล
(Data about data) Web 3.0 จะพัฒนาไปในลักษณะ Segment
of One คือ Segment ที่มีบุคคลแค่คนเดียว หรือ
ตอบโจทย์ความเป็นส่วนบุคคล
Web 4.0 หรือบางทีเขาเรียกกันว่า “A Symbiotic web” คือเว็บที่ทำงานแบบ Artificial
Intelligence (AI) ที่ฉลาดมากยิ่งขึ้น
คอมพิวเตอร์สามารถคิดได้ มีความฉลาดมากขึ้นในการอ่านทั้งเนื้อหา ข้อความ และรูปภาพ หรืวีดีโอ สามารถที่จะตอบสนองหรืตัดสินใจได้ว่าจะ load ข้อมูลอะไรจากไหน ที่จะให้ประสิทธิภาพดีที่สุดมาให้ผู้ใช้งานก่อนก่อน
และนอกจากนี้ยังมีรูปแบบการนำมาแสดงที่รวดเร็ว เว็บ 4.0 จะทำให้เว็บ หรือข้อมูลต่างๆ สามารถทำงานได้แทบจะทุก Device หรืออาจจะช่วยระบุตัวตนที่แท้จริงของผู้ใช้เอง


ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น